inkjetsociety • Vol 02
พื้นฐานไฟล์ดิจิตอล
ตอนที่ 2 Graphic File Format
0
6,733
Stacks Image 139293

หลังจากที่เรารู้จักความแตกต่างระหว่างไฟล์ Raster กับ Vector ไปแล้ว เราต้องรู้จักกับไฟล์กราฟฟิคประเภทต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้งานกัน เพราะไฟล์แต่ละประเภทมีทั้งข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เรามาเริ่มต้นที่คำว่า File format (ประเภทของไฟล์)

File format หมายถึง การจัดเรียงข้อมูลและโครงสร้างของไฟล์ เพื่อจัดเก็บเป็นรูปแบบของไฟล์ที่คอมพิวเตอร์รู้จักและนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะแตกต่างกันที่นามสกุลของไฟล์ (เครื่องหมายจุด "." ตามด้วยตัวอักษร 2 – 4 ตัวหลังชื่อไฟล์ ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้ว่าเป็นระบบ Windows หรือ Mac)

และอีกคำที่เราต้องรู้จักคือคำว่า Compression ที่หมายถึง การบีบอัดข้อมูลในการ save ไฟล์ ซึ่งมีอยู่ 2 แบบคือ

Lossy compression เป็นการ save ไฟล์โดยบีบอัดข้อมูลให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง แต่คุณภาพของรูปจะลดลงตามไปด้วย โดยที่จะเสียคุณภาพในเรื่องของสี โทนของสี ความสว่าง และความคมชัดของขอบ ตามระดับ compression ที่เราเลือก

ตัวอย่างไฟล์ JPEG (Lossy compression) ที่ save ด้วยค่า Image Options ที่ต่างกัน

  • Stacks Image 139304
  • Stacks Image 139307

Lossless compression เป็นการ save ไฟล์โดยไม่บีบอัดข้อมูล ขนาดของไฟล์จะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีอยู่ในไฟล์ ยิ่งขนาดของภาพใหญ่ ขนาดของไฟล์ก็จะใหญ่ขึ้นตามไปด้วย

ไฟล์งานกราฟฟิคมีอยู่หลายประเภท ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานในรูปแบบที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น

Stacks Image 139317

AI จะใช้นามสกุลไฟล์ .AI เป็นไฟล์พื้นฐานของโปรแกรม Adobe Illustraor เป็นการ save ไฟล์แบบ Vector จึงมีขนาดเล็ก แต่ถ้ามีการ place รูปเข้าไปวาง ขนาดของไฟล์ก็จะใหญ่ขึ้นตามขนาดของไฟล์รูป ถ้าใช้การ link ไฟล์รูป ไฟล์ AI ก็จะมีขนาดเล็ก แต่การเปลี่ยนชื่อไฟล์ link หรือมีการเปลี่ยนที่อยู่ของไฟล์ link จะทำให้โปรแกรมหารูปนั้นไม่เจอ ไฟล์ AI ไม่สามารถใช้ส่งไปพิมพ์ได้ เพราะเครื่องพิมพ์ไม่เข้าใจโครงสร้างของไฟล์ AI ต้อง save เป็นไฟล์ EPS หรือ PDF ก่อน

Stacks Image 139325

PSD (Photoshop Document) จะใช้นามสกุลไฟล์ .PSD เป็นไฟล์พื้นฐานของโปรแกรม Adobe Photoshop สามารถ save ค่าไฟล์ที่เราทำในโปรแกรม Photoshop ได้ทุกอย่าง โดยที่มีขนาดใหญ่สุดได้ถึง 2GB ไฟล์ PSD มักจะมีขนาดเล็กกว่าไฟล์ TIF เพราะค่าบางค่าจะเก็บเป็นสูตรคณิตศาสตร์ที่โปรแกรม Photoshop สามารถแปลงค่ากลับมาใช้งานได้ เหมาะสำหรับเก็บไว้เป็นไฟล์ต้นฉบับ เพื่อแก้ไขไฟล์ในแต่ละ Layer และควร save เป็นไฟล์ TIF 8-bits/Channel เพื่อส่งไปพิมพ์

Stacks Image 139333

PSB (Photoshop Large Document) จะใช้นามสกุลไฟล์ .PSB เป็นไฟล์พื้นฐานของโปรแกรม Adobe Photoshop เหมือนกับไฟล์ PSD แต่ค่าบางค่าจะเก็บในรูปแบบ 32-bit หรือ 64-bit ทำให้เราสามารถ save ไฟล์ที่มี่ขนาดใหญ่เกิน 30,000 pixels และขนาดของไฟล์เกินกว่า 2GB แต่จะเรียกใช้งานได้เฉพาะโปรแกรม Photoshop CS ขึ้นไปเท่านั้น เหมาะสำหรับเก็บเป็นไฟล์ต้นฉบับ เพื่อแก้ไขไฟล์ในแต่ละ Layer และควร save เป็นไฟล์ TIF 8-bits/Channel เพื่อส่งไปพิมพ์

Stacks Image 139341

GIF (Graphic Interchange Format) จะใช้นามสกุลไฟล์ .GIF เป็นไฟล์แบบ LZW (Lemple-Zif-Welch) Lossless compression แต่ส่วนใหญ่จะใช้เป็นไฟล์ 8-bit หรือ 256 สี เหมาะสำหรับรูปกราฟฟิคที่มีสีน้อย เช่น กราฟ โลโก้ และการ์ตูน (สามารถ save ได้หลายเฟรมจึงนำไปใช้เป็น animation ง่ายๆ ได้) ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในการทำเว็บเพจ เพราะสามารถกำหนด palette สีได้ตามที่ต้องการและโหลดข้อมูลได้เร็ว

Stacks Image 139349

PNG (Portable Network Graphics) จะใช้นามสกุลไฟล์ .PNG เป็นไฟล์แบบ Lossless compression ไฟล์ PNG รองรับ Grayscale (8 Bits/Channel) และ RGB (24-bit / 48-bit) รองรับ Alpha Channel แต่ไม่รองรับโหมด CMYK ทำให้ได้รับความนิยมกว่าไฟล์ JPG สำหรับการใช้งานในการทำเว็บเพจ แต่ไม่สามารถระบุค่า ICC Profiles ได้ จึงไม่เหมาะที่จะเอาไปใช้พิมพ์งาน

Stacks Image 139357

JPEG 2000 จะใช้นามสกุลไฟล์ .JP2 เป็น เป็นการ save ไฟล์แบบทั้ง Lossy compression และ Lossless compression โดยวิธีการบีบอัดข้อมูลจะต่างจากไฟล์ JPEG/JIFF ตรงที่คุณภาพของภาพจะดีกว่า แต่ขนาดก็จะใหญ่ขึ้นด้วย เป็นไฟล์ที่ใช้ในการตัดต่อภาพยนตร์เป็นหลัก และใช้ในโรงภาพยนตร์แบบดิจิตอลด้วย

Stacks Image 139365

PICT (ใช้กับ Macintosh) จะใช้นามสกุลไฟล์ .PICT เป็นไฟล์ bitmap ที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้วในปัจจุบัน เป็นไฟล์ที่รองรับ RGB (24-bits 16.7 ล้านสี), Indexed Color (8-bits 256 สี), Grayscale (8-bits 256 ระดับสีเทา) และ Bitmap (1-bit ขาว-ดำ) เหมือนกับไฟล์ BMP ของ Windows

Stacks Image 139373

BMP (ใช้กับ Windows) จะใช้นามสกุลไฟล์ .BMP เป็นไฟล์ bitmap ที่มีขนาดใหญ่ เพราะเป็นไฟล์แบบ Lossless compression ส่วนใหญ่จะมักใช้เป็นรูป wallpaper ในระบบ Windows

ไฟล์งานกราฟฟิคที่เราใช้งานอยู่ในการพิมพ์งานนั้น ก็มีอยู่หลายประเภทเช่นกัน เรามาทำความรู้จักกับไฟล์ประเภทต่างๆ กันดีกว่า

Stacks Image 139383

JPEG (Joint Photographic Experts Group) จะใช้นามสกุลไฟล์ .JPG หรือ .JPEG เป็นไฟล์แบบ Lossy compression โดยที่รูป JPEG จะเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์ JFIF (JPEG File Interchange Format)

ข้อมูลของไฟล์ JPG รองรับ Grayscale (8 Bits/Channel) และ RGB / CMYK (8 Bits/Channel) แต่ไม่รองรับ Alpha Channel / Transparency

Stacks Image 139388

ไฟล์จะมีขนาดเล็กลง ขึ้นอยู่กับระดับ compression ที่เราเลือกตอน save ไฟล์ เหมาะสำหรับจากส่งไฟล์ทาง email (โหลดข้อมูลเร็วกว่า) และเปิดดูในโทรศัพท์ (ไม่สามารถเปิดไฟล์ TIF ได้)

Stacks Image 139391

ไฟล์จะเสียคุณภาพลงไปเรื่อยๆ ทุกๆ ครั้งที่แก้ไขและ save ไฟล์ใหม่ (Generational degradation) หลังจาก save ไฟล์แล้ว ไม่สามารถดึงข้อมูลของไฟล์ที่ถูกบีบอัดไปแล้วกลับมาได้อีก

Stacks Image 139394

หลังจาก open ไฟล์ JPG ที่ลูกค้าส่งมาแก้ไขแล้ว ควร save ไฟล์ เป็น TIF หรือ PSD เพื่อเก็บไว้ใช้งานในอนาคต จึงไม่ควรใช้ไฟล์ JPG เป็นไฟล์ต้นฉบับ

Stacks Image 139400

TIFF (Tagged Image File Format) จะใช้นามสกุลไฟล์ .TIF หรือ .TIFF เป็นไฟล์แบบ Lossless compression โดยที่รูป TIFF จะมีทั้งโหมด RGB (8-Bits, 16-Bits และ 32-Bits /Channel และ CMYK (8-Bits/Channel) ขนาดของไฟล์ TIFF ที่ทำในโปรแกรม Photoshop ไม่เกิน 4GB

ข้อมูลของไฟล์ TIFF รองรับ Grayscale, RGB และ CMYK สามารถ save ค่า Alpha Channel / Transparency รวมถึง ICC Profiles ได้ด้วย

Stacks Image 139405

เป็นการ save ไฟล์แบบ Lossless compression และสามารถเลือก save ไฟล์ แบบ LZW-compressed เพื่อให้มีขนาดเล็กลง โดยไม่เสียคุณภาพของรูป และยังเหมาะสำหรับการขยายไฟล์ให้ใหญ่ขึ้น (Pixel Interpolation) ด้วย

Stacks Image 139408

ไฟล์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามขนาดของรูป เพราะเป็นการ save ไฟล์แบบ pixel ต่อ pixel แต่เนื่องจากสามารถกำหนดค่า ICC Profiles มาด้วย จึงต้องระวังในการ open และ save ไฟล์ TIFF ตามค่า ICC ที่เราต้องการ

Stacks Image 139411

ต้องลบ Alpha Channel และ Flatten Image / Layers ก่อน save เป็นไฟล์ TIFF 8-bits/Channel ไปพิมพ์งาน (ยกเว้นเครื่องพิมพ์บางรุ่นของ Epson ที่พิมพ์ 16-bits TIFF ผ่านไดร์เวอร์ได้) เพื่อลดความผิดพลาดในการ RIP

Stacks Image 139417

EPS (Encapsulated PostScript) จะใช้นามสกุลไฟล์ EPS เป็นไฟล์ที่มีทั้งข้อมูล Vector และ Bitmap ต่างจากไฟล์ AI ตรงที่จะมีการ save ค่า BoundingBox เพื่อบอกขนาดหน้าของไฟล์ที่กำหนดไว้ไปด้วย ถ้ามีการใช้ Font ควรจะใช้คำสั่ง Create Outlines เพื่อแปลง Font ให้เป็น Object ด้วย จะได้ไม่มีปัญหาในการพิมพ์

ข้อมูลของไฟล์ EPS รองรับทั้งโหมด RGB และ CMYK และยังสามารถระบุค่า ICC Profiles ได้ด้วย

Stacks Image 139422

เหมาะสำหรับการส่งไฟล์ Vector ไปพิมพ์ เพราะไฟล์มีขนาดเล็กและขยายขนาดให้ใหญ่ได้ตามที่ต้องการที่ความละเอียดสูงสุดที่เครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์ได้

Stacks Image 139425

ถ้ามีการ place รูป bitmap ไปใช้งานร่วมกับ Vector ต้องแน่ใจด้วยว่า รูปมีความละเอียดเพียงพอ ถ้าต้องขยายขนาดขึ้น มิฉะนั้น ข้อง Vector จะคมชัด แต่รูปที่ขยายขึ้นจะเบลอ ไม่คมชัด

Stacks Image 139428

ระยะเวลาที่ใช้ save เป็นไฟล์ EPS ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกราฟฟิค ซึ่งอาจจะนานถึง 1-2 ชั่วโมง และยังมีโอกาสที่ object ที่มีการ blend จะพิมพ์ออกมาไม่ตรงกับหน้าจอที่เห็น ขึ้นอยู่กับตัวแปลงภาษา PostScript ที่ RIP นั้นๆ ใช้

Stacks Image 139434

PDF (Portable Document Format) จะใช้นามสกุลไฟล์ .PDF เป็นไฟล์ที่มีพื้นฐานบน PostScript แต่จะทำการ save ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นไปด้วย เช่น Font, ขนาดหน้าของไฟล์, ข้อมูล Vector และรูป Bitmap จึงไม่ต้องกังวลเรื่องหา Font และรูปที่ place ไม่เจอ รองรับไฟล์แบบ Layer และสามารถตั้งค่า ICC Profiles ได้ด้วย

Stacks Image 139439

ไฟล์ PDF ขนาดเล็ก แต่มีข้อมูลครบทุกอย่าง ทั้ง font และรูป image และยังมีค่า ICC Profiles ติดไปด้วย จึงสะดวกต่อการส่งไฟล์แค่ไฟล์เดียว

Stacks Image 139442

ขนาดของรูปที่ save ในไฟล์ ขึ้นอยู่กับค่า setting ในการ save ซึ่งค่า default จะเป็นการ downsampling (ทำให้รูปมีขนาดเล็กลง) โดยใช้ JPEG compression ซึ่งอาจจะทำให้เสียคุณภาพในการพิมพ์

Stacks Image 139445

ต้อง Merge / Flatten Layer ก่อนส่งไปพิมพ์ มิฉะนั้นจะพิมพ์เฉพาะ layer ที่ visible อยู่เท่านั้น และควรระวังเรื่องค่า Embeded ICC Profiles ด้วย เพื่อให้ได้สีตามที่ต้องการ

ไฟล์กราฟฟิคมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับงานที่เราจะพิมพ์

EPS ถ้าเป็นตัวอักษรง่ายๆ บนพื้นสีเรียบๆ ที่ไม่มีการไล่สี ทำในโปรแกรม Illustrator กำหนดขนาดให้เป็นอัตราส่วนกับงานจริง สั่ง Create Outline กับฟอนต์ที่ใช้ สั่ง Flatten Layers ที่มีให้เหลือ Layer เดียว save ไฟล์เป็น EPS แล้วส่งไป RIPได้เลย ไฟล์ EPS จะมีขนาดเล็ก สีจะค่อนข้างเที่ยงตรง RIP ไฟล์เร็ว ตัวอักษรคมชัด ขยายใหญ่ได้ไม่จำกัด

JPG ถ้าเราได้ไฟล์งานมาจากลูกค้าเป็นไฟล์ JPG ให้เปิดในโปรแกรม Photoshop แล้ว save เป็นไฟล์ TIF เพื่อทำงานต่อ ห้าม save เป็นไฟล์ JPG อีก ไม่ว่าจะ save ทับไฟล์เดิมหรือเป็นไฟล์ใหม่

TIF เป็นไฟล์ส่วนใหญ่ที่เราใช้ในการพิมพ์งาน ถ้าไฟล์ต้นฉบับเป็น JPG ให้ save เป็น TIF ก่อน ถ้าเป็นไฟล์ AI ที่มีการ Place รูป มีการ Blend ไล่สี มีการใช้คำสั่ง Mask มีการกำหนดค่า Transparency หรือมี object ที่ซับซ้อน ก็ให้เปิดในโปรแกรม Photoshop แล้ว save เป็น TIF ก่อนพิมพ์ การเปิดไฟล์ AI ใน Photoshop จะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบไฟล์ได้ก่อนพิมพ์ว่าครบถ้วยถูกต้องหรือไม่ เพราะว่า Effect บางอย่างที่ใช้ใน Illustrator โปรแกรม RIP ไม่สามารถแปลงค่าออกมาให้ถูกต้องได้ การเปิดใน Photoshop ก็จะเหมือนการ Preview ก่อนที่จะส่งไฟล์ไปพิมพ์ แต่ต้องระวังเรื่องค่า Profiles ที่เราใช้งานใน Photoshop เพราะจะมีผลอย่างมากในเรื่องค่าสีของไฟล์  

Save ไฟล์ JPEG 500 ครั้ง แล้วลองดูว่าเป็นยังไง?
Courtesy of Micheal Zhang

2016 inkjetsociety   03.2016